วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ตัวตนที่แท้จริง

                    ข้าพเจ้าคนแบกกล้อง ท่องป่า   ถือกำเนิดมาจากชนบทในเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่อยู่ระหว่างภาคเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง นั้นคือ เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ หมู่บ้านเล็กๆที่สงบเงียบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทุ่งไร่ทุ่งนา และหนองน้ำอันเป็นสนามเด็กเล่น หมู่บ้านนี้มีชื่อว่า "หนองพระแล"  บ้านของคนแบกกล้องฯนั้นเป็นบ้านไม้เก่าๆ มีต้นมะขามต้นใหญ่อยู่หน้าบ้านอันเป็นที่สะดุดตา และยังมีบ่อน้ำที่เป็นแหล่งน้ำของหมู่บ้านอยู่หน้าบ้านอีกด้วย ที่บ่อน้ำแห่งนี้จึงกลายเป็นแหล่งชุมนุมของคนทั้งหมู่บ้าน ทุกวันตอนเย็นๆจะมี ลุง ป้า น้า อา พ่อแก่ แม่เฒ่า มารอคิวตักน้ำที่บ่อแห่งนี้ กิจกรรมการพูดคุย การหยอกล้อจึงเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ พี่ๆบางคนที่เริ่มวัยหนุ่มสาวก็ก่อกำเนิดความรักขึ้นจนหลายคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายคู่แล้ว
                                                (ภาพหนองพระแลในอดีต)

                   ที่หมู่บ้านสะดวกสบาย พอสมควร อาจจะไม่มีประปาเหมือนในเมืองใหญ่ๆ แต่ชีวิตของพวกเราก็ไม่ได้เร่งรีบ พวกเราดำเนินชีวิตไปแบบเรื่อยๆ พวกเรายังพอมีไฟฟ้าใช้ ยังพอมีรถโดยสารที่วิ่งระหว่างค่ายทหารผ่านหน้าบ้านเข้าสู่ในตัวจังหวัด พวกเรายังมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพวกเรา คือวัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระยืนพุทธบาทยุคคล และวัดพระนอนพุทธไสยาสตร์
                 ชีวิตของคนแบกกล้องฯในวัยเด็ก นั้นสนุกสนานไร้ความทุกข์ วิ่งเล่นอยู่กับหนองน้ำ ตามป่าละเมาะ จับปลากัด ตกปลา ปั้นลูกกระสุน เล่นน้ำ จับปลิง หนีปลิง และใฝ่ฝันที่จะเดินไปให้ถึงภูเขาที่มองเห็นจากหน้าบ้านไม่ไกล (แต่จริงๆไกลนะ) เฝ้ามองดูและจินตนาการ ถึงสิ่งต่างๆที่จะมีบนนั้น ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มอง เพราะรับรู้ได้ถึงความยิ่งใหญ่ ความน่าเกรงข้าม และความเร้นลับ จนกระทั้งเมื่อเข้าเรียนหนังสือในตัวจังหวัด ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยน แต่ทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน เวลาเย็นๆ ก็จะเม่อ มองไปที่ภูเขาทุกครั้ง
                  หลายปีผ่านไปเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไปไกลแสนไกลจากบ้านเกิด  กลัวเหลือเกินว่าจะไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบเดิมอีก กลัวเหลือเกินว่าเมื่อกลับไป หมู่บ้านแห่งนั้นจะไม่เหมือนเดิมแล้ว...การเดินทางสู่กรุงเทพมหานครเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หัวใจเริ่มหวั่นไหว ชีวิตเริ่มห่างไกลจากธรรมชาติและตัวตนอยู่ทุกขณะ  ความเป็นอยู่อันแสนลำบาก และอึดอัด แม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ไม่มีวันใดเลยที่สุขสบายเหมือนที่หมู่บ้านแห่งนั้น  ชีวิตเริ่มโหยหาธรรมชาติ จึงต้องออกเดินทางเพื่อแสวงหา จนกระทั้งค้นพบว่าตนเองหลงไหลการเดินทางเข้าสู่ธรรมชาติอย่างยิ่ง ค้นพบว่าความหลงไหลมากยิ่งขึ้นจนต้องบันทึกภาพเก็บไว้ และค้นพบว่าทำไมในวัยเด็กจึงต้องทะเลาะกับน้องเพื่อแย่งรูปภาพในปฏิทินซึ่งเป็นภาพธรรมชาติอันสวยงาม ค้นพบว่าทำไมจึงจำชื่อของคนถ่ายภาพคนนั้นได้อยู่จนถึงทุกวันนี้ เขาผู้นั้นคือ สุรจิต  จามรมาร ช่างภาพแห่งอนุสาร อสท ชีวิตจึงต้องเดินแบกกล้อง และท่องไปตามป่าเขาลำเนาไพร เพียงเพื่อให้ได้ ไปให้ถึงภูเขาลูกนั้นที่อยู่ในฝันตลอดมา